Home » About go
Vision and Mission »
Management »
News & Events »
Newsletter Subscription    
   
 

January 7, 2014

Update News : January 2014

ไขรหัสลับ "Merck" สร้างองค์กรรุ่นใหม่ด้วย CARRIT

โดย : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

วันที่ : 12 ธันวาคม 2556

 

            หากลองทำความรู้จักกับบริษัท เมอร์ค จำกัด ซึ่งมีต้นกำเนิดจากการซื้อกิจการของ Angle Pharmacy ประเทศเยอรมนี หลายคนคงนึกถึงเมอร์คในฐานะเป็นบริษัทเวชภัณฑ์และเคมีภัณฑ์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก แต่หากลงรายละเอียดจะพบว่าเมอร์คได้มีวิวัฒนาการมาจากร้านขายยาแสนธรรมดาเท่านั้น จนวันหนึ่งสามารถขยายตลาดกลายเป็นอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ ตลอดระยะเวลาผ่านมา เมอร์คยังคงสร้างกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง จนเวลาล่วงเลยมากว่า 350 ปี แต่ในความเก่าแก่นี้เอง กลับไม่ส่งผลต่อการคัดสรรคนในยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ตรงข้ามกลับทำให้เมอร์คเป็นองค์กรที่เน้นการสร้างบุคลากรคนรุ่นใหม่ที่พร้อมให้โอกาสในการแสดงศักยภาพจนเป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล

            ผลเช่นนี้จึงทำให้ "ประชาชาติธุรกิจ" เกิดความสนใจ จนอยากลองใช้โอกาสนี้ทำความรู้จักกับเมอร์คให้มากขึ้น โดยผ่านการสัมภาษณ์ "ดร.สุทธิโสพรรณ ช่วยวงศ์ญาติ" ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล และสื่อสารองค์กร บริษัท เมอร์ค จำกัด ถึงกุญแจสำคัญของการปรับเปลี่ยน Mind Set จากองค์กรเก่าแก่มาสู่องค์กรวัยรุ่นอย่างไรให้ประสบความสำเร็จในระดับสากล

            "ดร.สุทธิโสพรรณ" บอกว่า จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยน Mind Set ของเมอร์คครั้งนี้ เกิดขึ้นจากทัศนคติของผู้บริหารที่ต้องการจะปรับเปลี่ยน องค์กรให้เป็นองค์กรสมัยใหม่ในด้านกำลังคนจากศักยภาพของเด็กรุ่นใหม่ "โดยเฉพาะกลุ่มคนในรุ่น Gen X และ Gen Y ซึ่งเราต้องยอมรับว่า วันนี้เขากำลังกลายเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาระบบงานวิจัยสมัยใหม่ อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีด้านนวัตกรรมเวชภัณฑ์ที่สำคัญของเมอร์ค เพราะเรามีความมุ่งมั่นในการเพิ่มคุณค่าให้กับผลิตภัณฑ์ เพื่อประโยชน์สูงสุดของลูกค้าและผู้ป่วย"

            "โดยสถิติของเมอร์คขณะนี้ เรามีกลุ่มคนรุ่นใหม่รวมกว่า 80% ส่วนกลุ่ม Baby Boomer มีเพียง 20% เท่านั้น อีกไม่นานคาดว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่จะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น สิ่งที่เมอร์คจะต้องทำการบ้านคือการเปิดทัศนคติเชิงบวกให้พนักงานทุกคนในองค์กรเล็งเห็นถึงความสำคัญในการสร้างศักยภาพของคนรุ่นใหม่ไปพร้อม ๆ กับการสอดประสานการทำงานร่วมกันของพนักงานทุกคนในองค์กรอย่างเป็นเนื้อเดียวกัน" ถึงตรงนี้ "ดร.สุทธิโสพรรณ" จึงกล่าวต่อว่า ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เมอร์คหันมาศึกษากระบวนการทางความคิด รวมถึงลักษณะการทำงาน และความต้องการของคนรุ่นใหม่อย่างจริงจัง เพื่อให้ฝ่าย HR ทำหน้าที่ออกแบบโปรแกรมการพัฒนา สวัสดิการ และวิธีการทำงานให้เหมาะสมกับคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ

            "องค์กรอื่นอาจจะให้ความสำคัญกับกลุ่ม Gen Y ค่อนข้างน้อย เนื่องจากเขายังคงมีทัศนคติในแง่ลบ เชื่อว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่ไม่มีความอดทน เปลี่ยนงานบ่อย แต่อีกนัยหนึ่งคือความท้าทายของ HR ที่จะต้องเข้าใจ ผลักดันให้คนรุ่นใหม่แสดงศักยภาพ และความสามารถอย่างเต็มที่ ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับพวกเขา เท่ากับว่าเมื่อเขาเกิดแรงกระตุ้นในการทำงาน เขาจะมีความรู้สึกอยากพัฒนาตัวเอง ภายใต้เส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพที่เขาต้องการ จนเดินไปสู่จุดนั้นได้จริง สิ่งที่เห็นผลชัดเจนคือการสร้างความผูกพันในองค์กรในระดับพนักงานใหม่ เพราะโดยปกติแล้วการสร้างความผูกพันในองค์กรจะสัมฤทธิผลจะต้องใช้ระยะเวลานานพอสมควร แต่สำหรับเมอร์คเราสามารถทำให้พนักงานใหม่เกิดความรู้สึกอยากทำงานกับเราได้ตั้งแต่อยู่ในช่วงทดลองงาน ผ่านวิธีการจดสมุดบันทึกการทำงานของพนักงานใหม่ที่มีชื่อว่า Survey Probation Report เพื่อใช้สำหรับการประเมินผลการทำงานจากหัวหน้างานตลอดช่วงเวลาทดลองงาน 4 เดือน เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการของตัวเองโดยตรง ซึ่งต้องบอกเลยว่าวิธีนี้สามารถช่วยลดจำนวนคนไม่ผ่านโปรได้มากกว่าครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว"

            นอกจากนั้น "ดร.สุทธิโสพรรณ" ยังปรับเปลี่ยนวิธีการฝึกอบรมให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ โดยจากเดิมที่เคยอบรมครั้งละ 2-3 วัน เราปรับให้เหลือเพียง 2-3 ชั่วโมงแทน เพราะเรามองเห็นว่าเด็กรุ่นใหม่ไม่ชอบการอบรมในลักษณะเข้าคลาสรูม "เพราะจากการศึกษาลักษณะนิสัยพบว่าคนรุ่นใหม่ชอบการฝึกอบรมในเชิงปฏิบัติที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในสายงานของตัวเองมากกว่า ดังนั้น เราจึงต้องปรับกระบวนการฝึกอบรมใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของพนักงานด้วย"

            "กว่า 2 ปีที่เราปรับเปลี่ยน Mind Set เพื่อคนรุ่นใหม่ ทำให้เราลดอัตราการลาออกได้ 30-40% ถือว่าภาพของการสร้างความผูกพันระหว่างคนในองค์กรกำลังอยู่ในทิศทางที่ดีขึ้น ในอนาคตเราหวังว่าระบบการรีครูตของเมอร์คจะสร้างความผูกพันในองค์กรตั้งแต่ครั้งแรกที่พบหน้ากันและคงปฏิเสธไม่ได้อีกเช่นกัน สำหรับการดูแลพนักงานในกลุ่ม Baby Boomer หรือกลุ่มคนที่อยู่มานานกว่า ดังนั้น หน้าที่ของเราคือจะต้องสร้างสมดุลในกระบวนการทำงานของคนสองรุ่นให้ได้"

            โดยใช้สไตล์การทำงานของ Merck ภายใต้รูปแบบของ "Merck Values" ในคุณค่าหลัก 6 ประการ หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า "CARRIT" อันประกอบด้วย

            C-Courage - มีความกล้าหาญ กล้าในสิ่งที่ดี คิดสิ่งใหม่ และนำเสนอสิ่งที่แตกต่าง                           

            A-Achievement – มีความมุ่งมั่นให้เกิดความสำเร็จ                                                                  

            R-Respect - ต้องเคารพ และเปิดใจซึ่งกันและกัน                                                                    

            R-Responsibility – แสดงความรับผิดชอบกับงานที่ได้รับมอบหมาย                                           

            I-Integrity - แสดงความซื่อสัตย์ต่อเพื่อนพนักงาน ลูกค้า และสังคม                                              

            T-Transparency - ทำงานด้วยความโปร่งใส และซื่อตรง

            "สำหรับเมอร์ค ธุรกิจจะประสบความสำเร็จได้ต้องเริ่มต้นจากพนักงาน ด้วยการผ่านการละลายพฤติกรรมจาก Merck Values เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าทุกคนสามารถสร้างความแตกต่างบนพื้นฐานของการยอมรับนับถือร่วมกัน และแสดงความเป็นตัวตนออกมาอย่างชัดเจน เพราะนี่คือความสำเร็จของงานพัฒนาบุคลากรที่พร้อมไปด้วยศักยภาพอีกขั้นหนึ่งของเมอร์คที่เราภูมิใจ" อันเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้เมอร์คก้าวไปสู่องค์กรวัยรุ่นที่เปี่ยมด้วยคุณภาพในระดับสากล


Copyright@2005-2006 General Outsourcing Co.,Ltd.